เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

คู่มือการตรวจสอบ

  1. คู่มือการตรวจสอบภายใน ตอน บก.บก.ทท. (งป.2554)
  2. คู่มือการควบคุมภายใน  ตอน บก.บก.ทท. (งป.2554)
  3. คู่มือการตรวจสอบภายใน ตอน บก.บก.ทท. (งป.2555)
  4. คู่มือการควบคุมภายใน  ตอน บก.บก.ทท. (งป.2555)

 

กล่าวทั่วไป 

-----------------------------

          การควบคุมภายใน เป็นกระบวนการปฏิบัติงานที่ฝ่ายบริหารและบุคลากรของหน่วยจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผล ว่าการดำเนินงานของหน่วยจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการ ดูแลทรัพย์สิน การป้องกันหรือลด ความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริตในหน่วยงาน ด้านความเชื่อถือได้ของ รายงานการเงิน และด้านการปฏิบัติตาม กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้กำหนด แนวทางในการจัดระบบการควบคุมภายในให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544  โดยให้แต่ละหน่วยงานจัดวางระบบการควบคุมภายใน ตามระเบียบ คตง.ฯ ข้อ 5 เมื่อหน่วยงานจัดวางระบบฯ แล้วจะต้องรายงานการประเมิน ระบบควบคุมภายใน ตามระเบียบ คตง.ฯ ข้อ 6 ต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้กำกับดูแล และคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับการควบคุมภายใน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นับจากวันสิ้นปีงบประมาณหรือปีปฏิทิน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดวางระบบการควบคุมภายใน จะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดำเนินงานและเป็นประโยชน์แก่การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของประเทศชาติ โดยรวม ดังนั้น ตอนกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย จึงนำกระบวนการควบคุมภายในดังกล่าวมาช่วยในการบริหารงานและใช้เป็นกลไกพื้นฐานสำคัญของกระบวนการกำกับดูแล การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหน่วยต่อเนื่องมาโดยตลอดโดยมีคณะทำงานการจัดวางระบบการควบคุมภายใน ดำเนินการจัดวางระบบการควบคุมภายใน ให้แทรกอยู่ในการปฏิบัติงานตามปกติของทุกฝ่ายบริหาร นอกจากนี้ สำนักตรวจสอบภายในทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยยังได้ดำเนินการพัฒนาให้ความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการควบคุม ภายในให้แก่บุคลากรของหน่วย พร้อมทั้งให้คำแนะนำส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามมาตรการ ควบคุม ปรับปรุง แก้ไขกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การดำเนินงาน ของหน่วยต่อไปคำว่า “การควบคุมภายใน” หรือ “ระบบการควบคุมภายใน” เป็นคำที่ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยและผู้บริหารระดับฝ่ายอำนวยการจำเป็นจะต้องรู้จักและ ทำความเข้าใจ เพราะเป็นพันธกรณีที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ทำหน้าที่บริหารจะต้องปฏิบัติ เพื่อให้กิจการงานต่าง ๆ ทั้งปวงสามารถ ปฏิบัติได้สำเร็จ ลุล่วงตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของหน่วย การออกแบบการควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในที่กำหนด ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับหน่วยที่จะต้องจัดให้มีและให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โดยเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารสูงสุดที่จะต้องจัดให้มีขึ้น “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ข้อ 7.5 ” กำหนดให้ใช้มาตรการเพื่อส่งเสริมและ กำกับให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งกำหนดแผนการสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบราชการและรายงานผลการดำเนินการในรอบปีต่อคณะรัฐมนตรีการควบคุมภายใน คือ เป็นกระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรในหน่วยกำหนดขึ้น ซึ่งเป็นการออกแบบ ในระดับที่สมเหตุสมผล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการบรรลุวัตถุประสงค์ในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการป้องกันรักษาทรัพย์สิน
  2. ความเชื่อถือได้ของข้อมูลและรายงานทางการเงิน การป้องกันการทุจริตและข้อผิดพลาด
  3. การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ


วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน (Operation Objectives) ได้แก่ การ ปฏิบัติงานและการใช้ทรัพยากรของหน่วย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริตในหน่วยงาน
  2. เพื่อให้เกิดความเชื่อถือได้ของการรายงานทางการเงิน (Financial Reporting Objectives) ได้แก่ การจัดทำรายงานทางการเงิน ที่ใช้ภายในและ ภายนอกหน่วยงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เชื่อถือได้และทันเวลา
  3. เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (Compliance Objectives) ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของหน่วย รวมทั้งการปฏิบัติตามนโยบาย และวิธีการปฏิบัติงานที่หน่วย ได้กำหนดขึ้นอย่างเป็นระบบ


ขอบเขต 

การควบคุมภายในช่วยให้เกิดความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าภายในหน่วยมีการปฏิบัติดังนี้.-

  1. มีการปฏิบัติตาม กฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ และคำสั่งของผู้บริหาร
  2. ช่วยส่งเสริมให้การดำเนินงาน มีประสิทธิภาพ ประหยัด มีประสิทธิผล และบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย
  3. มีการดูแลป้องกันทรัพยากรจากการทุจริต ความเสียหาย การสูญเปล่าหรือการบริหาร จัดการที่ผิดพลาด
  4. จัดให้มีและดำรงไว้ซึ่งข้อมูลทางการเงินและการบริหารที่เชื่อถือได้ และทันต่อเวลาดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ฝ่ายอำนวยการทุกคนจะต้องเข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมภายใน และจัดให้มีและดำรงรักษาไว้ซึ่งการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผล
  5. ให้เข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบต่อการควบคุมภายในของฝ่ายอำนวยการและผู้ตรวจสอบภายใน
  6. ให้ทราบการควบคุมภายในที่นิยมปฏิบัติกันทั่วไป ให้ Checklist ง่าย ๆ เพื่อช่วยการพิจารณาเบื้องต้นของผู้บริหารสูงสุด ว่าฝ่ายอำนวยการในความรับผิดชอบได้เริ่มดำเนินการเป็น


องค์ประกอบมาตรฐานการควบคุมภายใน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ

  1. สภาพแวดล้อมของการควบคุม (Control Environment)“สภาพแวดล้อมของการควบคุม” หมายถึง ปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งร่วมกันส่งผล ให้มีการควบคุม ขึ้นในหน่วยงาน หรือทำให้การควบคุมที่มีอยู่ได้ผลดีขึ้น หรือในทางตรงข้ามสภาพแวดล้อมอาจทำให้การควบคุม ย่อหย่อนลงได้ตัวอย่างปัจจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการควบคุมภายใน เช่น ปรัชญาและรูปแบบการทำงานของผู้บริหารสูงสุด ความซื่อสัตย์และจริยธรรม ความรู้ ทักษะและความสามารถของบุคลากร โครงสร้างการจัดองค์กร การมอบอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ นโยบายและวิธีบริหาร ด้านบุคลากร เป็นต้นในการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของการควบคุม ผู้กำกับดูแล ฝ่ายบริหาร และบุคลากรของหน่วยงานต้องสร้างบรรยากาศ ของการควบคุมเพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการควบคุมภายใน โดยส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนในหน่วยงานเกิดจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญของการควบคุมภายใน รวมทั้งดำรงรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมของการควบคุมที่ดี สภาพแวดล้อมของการควบคุม สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
    1.1 Soft Control เป็นการควบคุมโดยการสร้างจิตสำนึกและคุณภาพที่มองไม่เห็น เช่น ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส การมีภาวะความเป็นผู้นำ การมีจริยธรรม
    1.2 Hard Control เป็นการควบคุมโดยกำหนดโครงสร้าง นโยบาย และระเบียบวิธีปฏิบัติ
  2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) “ความเสี่ยง” หมายถึง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ซึ่งไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด “การประเมินความเสี่ยง” หมายถึง กระบวนการที่ใช้ในการระบุและการวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของ หน่วยงาน รวมทั้งการกำหนดแนวทางที่จำเป็นต้องใช้ในการ ควบคุมความเสี่ยง หรือการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง ฝ่ายบริหารต้องประเมินความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานอย่างเพียงพอและเหมาะสม
  3. กิจกรรมการควบคุม (Control Activities) “กิจกรรมการควบคุม” หมายถึง นโยบาย และวิธีการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดให้บุคลากรของหน่วยงานปฏิบัติเพื่อลดหรือควบคุมความเสี่ยง และได้รับการสนองตอบโดยมีการปฏิบัติตามตัวอย่างกิจกรรมการควบคุม เช่น การสอบทานงาน การดูแลป้องกันทรัพย์สิน การแบ่งแยกหน้าที่งาน การมอบความรับผิดชอบ เป็นต้นในการดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมการควบคุม ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีกิจกรรมการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อป้องกันหรือลดความเสียหาย ความผิดพลาด ที่อาจเกิดขึ้นและให้สามารถบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน สำหรับกิจกรรมการควบคุม ในเบื้องต้นจะต้องแบ่งแยกหน้าที่งานภายในหน่วยงานอย่างเหมาะสม ไม่มอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง มีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานที่สำคัญหรืองานที่เสี่ยงต่อความเสียหายตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ถ้ามีความจำเป็นให้กำหนดกิจกรรมการควบคุม อื่นที่เหมาะสมทดแทน
  4. สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communications)“สารสนเทศ” หมายถึง ข้อมูลข่าวสารทางการเงิน และข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงานไม่ว่าเป็นข้อมูลจากแหล่งภายในหรือภายนอกในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศและการสื่อสาร ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีสารสนเทศอย่างเพียงพอและสื่อสารให้ฝ่ายบริหารและบุคลากรอื่น ๆ ที่เหมาะสมทั้งภายในและภายนอก หน่วยงาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้สารสนเทศนั้นในรูปแบบที่เหมาะสมและทันเวลา
  5. การติดตามประเมินผล (Monitoring)“การติดตามประเมินผล” หมายถึง กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานและประเมินประสิทธิผล ของการควบคุมภายใน ที่วางไว้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยการติดตามผลในระหว่างการปฏิบัติงาน (Ongoing Monitoring) และการประเมินผล เป็นรายครั้ง (Separate Evaluation) ซึ่งแยกเป็นการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self Assessment)เช่น การประเมิน การควบคุมโดยกลุ่มผู้ปฏิบัติงานภายในฝ่ายอำนวยการนั้น ๆ และการประเมินการควบคุมอย่างเป็นอิสระ (Independent Assessment) เช่น การประเมินโดยผู้ตรวจสอบภายใน การประเมินผลการควบคุมภายในโดยผู้ตรวจสอบภายนอก เป็นต้น  ในการดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามประเมินผล ฝ่ายบริหารต้องจัดให้มีการติดตามประเมินผล โดยการติดตามผลในระหว่างการปฏิบัติงาน และการประเมินผลเป็นรายครั้งอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า
    5.1 ระบบการควบคุมภายในที่วางไว้เพียงพอ เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และมีการปฏิบัติจริง
    5.2 การควบคุมภายในดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล
    5.3 ข้อตรวจพบจากการตรวจสอบและการสอบทานอื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเหมาะสมและทันเวลา
    5.4 การควบคุมภายในได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป